อนุทิน: โปรดทราบ:

เกี่ยวกับผู้เขียน | 31.01.05

มันเป็นเรื่องยากมากที่จะหาจุดสมดุลเวลาเขียนเกี่ยวกับตัวเอง — แนะนำตัวโดยไม่สำคัญตัว, เปิดเผยแต่ไม่เปลือย, ไม่น้ำท่วมทุ่งและก็ไม่แห้งผาก. งานนั้นยิ่งยากลำบากเข้าไปใหญ่เมื่อคนอ่านอาจจะเป็นใครก็ได้ที่บังเอิญผ่านมาในละแวกนี้ของไซเบอร์สเปซ โดยแต่ละคนมีทัศนคติและรสนิยมต่างๆ กันไป. ดังนั้น เพื่อประโยชน์ของผู้อ่านทุกคนโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ผมจึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่ที่จะไม่หาจุดสมดุลนั้นให้เสียเวลา แต่จะบอกข้อมูล 10 อย่างเกี่ยวกับตัวผมแบบจับฉ่าย. ถ้าสวรรค์เป็นใจ มันอาจมีอย่างน้อย 2-3 ข้อที่เป็นสิ่งที่คุณต้องการรู้.

ผม:

  1. อ่านชื่อตัวเองว่า สัน-พะ-วอน
  2. คือคนที่นั่งอยู่บนเนินทรายในรูป
    สรรพวรบนเนินทราย
  3. ไม่เชื่อว่าชาติหน้ามีจริง
  4. ค่อนข้างขี้เหนียว
  5. จบศิลปศาสตร์บัณฑิตจาก Wesleyan University
  6. เชื่อในวิทยาศาสตร์และเหตุผล
  7. ไม่เติมเครื่องปรุงเวลากินก๋วยเตี๋ยว (พนักงานเสิร์ฟทั้งหลายโปรดทราบ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงานของพวกคุณเอง)
  8. อยากได้หนังสือ ดังต่อไปนี้
  9. sais parler chinois; 也会讲法语.
  10. กำลังเขียน หนังสือเกี่ยวกับสื่อมวลชนไทย (อ้าว รู้แล้วเหรอ? รู้ได้ไง?)

10:33 ▪ ▪ #

กินไม่ได้ แต่สนเท่ห์ | 30.01.05

กาลครั้งหนึ่งเมื่อกลางเดือนธันวาคมปี 2547 กระทาชายนายหนึ่งนามว่า สรรพวร วามวาณิชย์ อีเมล 2 บทแรกของหนังสือเกี่ยวกับสื่อมวลชนไทยที่เขากำลังเขียนไปให้เพื่อน 2 คนเพื่อขอความคิดเห็น.

เขาปรารถนามานานแล้วให้มีคนอื่นที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องมาช่วยอ่านและติชมงานเขียนของเขาบ้าง แต่เมื่อได้ส่งอีเมลดังกล่าวออกไป เขาก็รู้สึกทันทีว่านั่นไม่ใช่วิธีการที่ดี. ในความคิดของเขา การส่งต้นฉบับไปให้ผู้คนมันเหมือนกับการชวนคนมาชิมอาหารในครัว — นอกจากจะรับคนได้จำนวนจำกัดแล้ว ยังไม่น่าดูอีกต่างหาก. มันน่าจะมีวิธีการที่ดีกว่านั้น, เขาบอกตัวเอง. วิธีที่ปล่อยให้คนในวงกว้างอ่านแต่ละบทที่เขาเขียนเสร็จได้ตามใจชอบโดยไม่ต้องรอเขาส่งไปให้, วิธีที่อนุญาตให้คนอ่านแต่ละคนแสดงความคิดเห็นไม่เพียงแต่ให้เขาฟัง แต่ยังให้คนอื่นๆ ได้รับรู้และร่วมวงสนทนาด้วย, วิธีที่อำนวยความสะดวกต่อใครก็ตามที่ต้องการค้นคว้าหรือตรวจสอบข้อมูลที่เขาอ้างอิง, วิธีที่จะส่งให้หนังสือของเขาโด่งดังเหมือนกับของ เดวิด เบ็คแฮม, จะต่างกันก็เพียงตรงที่เขา เขียนหนังสือเอง เท่านั้น…

โอเค ประการหลังสุดนี่เขายอมรับว่ายังมองไม่เห็นหนทาง. แต่ด้วย สาระสนเท่ห์ เขาได้พบคำตอบสำหรับความต้องการ 3 ประการแรกสำหรับหนังสือของเขาแล้ว.

แต่ทำไมถึงจะหยุดแค่หนังสือล่ะ? ทุกวันนี้เขามีเรื่องอยากพูดเยอะกว่าที่เขาสามารถจะบรรจุลงไปในหนังสือได้มากมายนัก โดยเฉพาะเกี่ยวกับผู้คนที่บิดาของเขาเรียกด้วยวลีคลาสสิกว่า “โง่แล้วเสือกมีไมค์”.

สรรพวรเชื่อว่าคนเราไม่ต้องมีไมค์ก็มีเสียงได้. เว็บไซต์นี้คือเสียงของเขา และด้วยเสียงนี้ เขาต้องการจะบอกให้โลกรู้ว่า…

เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป? สรรพวรจะพูดว่าอะไรกันแน่? โปรดติดตามตอนต่อๆ ไปได้ที่ สาระสนเท่ห์ ทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ที่เขาเรียบเรียงความคิดออกมาเป็นภาษาคนได้สำเร็จ.

15:40 ▪ ▪ #

|