More “bandits” | 15.09.05

First, my apologies for the blog’s recent inactiveness. I’ve been ill since Monday. Nothing serious, but I did get myself off the computer altogether.

As is often the case when I do so, some good came of it. Reading Jonathan Spence’s classic The Search for Modern China during my downtime, I came across this tidbit about Emperor Kangxi’s suppression of the revolting Three Feudatories: [p.53]

At the war’s end, in 1681, the advisers who had urged the “hard” line against the Three Feudatories became Kangxi’s close advisers: although he and they had nearly lost the kingdom, their final victory meant that China would henceforth be stronger. Kangxi was ruthless to those in senior positions who had supported the rebels, but ordered more compassionate treatment to those who had been caught up in the fighting through no fault of their own. As he put it, they had just shown “a natural desire to hang on to life and avoid being killed. If my armies arrive and execute them all, this contradicts my desire to save the people, and denies them any chance to reform.” The emperor showed similar sympathy for women and children trapped in the fighting with the “bandits” (as he usually called the rebels): “The women in the bandits’ camps were often initially taken there by force — so after the bandits themselves have been destroyed, let the other local people have a chance to identify and reclaim the refugees and their children — don’t just arrest everyone indiscriminately.”

I don’t know what lessons, if any, Thailand can draw from this in its struggle against separatist terrorism in the Deep South. Modern Thailand is quite a different place from Early-Qing China (and thankfully so). The Three Feudatories (twice as large as Thailand) is about a hundred times the combined size of Thailand’s three restive provinces in the South (think Los Angeles County). The Chinese rebels ran regular and indeed fearsome armies, as opposed to a gang of recreational snipers, bombers, and head loppers. And so on and so forth. Indeed, nothing is even remotely comparable.

Nothing except “bandits”.

The Qing court, the Soviet Kremlin, and post-WWII Thailand, all unite in calling their stateless enemies by this most unimaginative of names. Any other governments want to join the club?

PS Real blogging tomorrow. Promise. 100-percent guarantee. Weather and health permitting.

22:22 ▪ politics, miscellanea

« Thirayuthism 2 | Main | With reconciliators like this... »

1
post staffer 16.09.05

Here’s another apathy-buster for you, Tom…

จบสิ้นแล้ว เอกราชทางความคิด ต่อไป ไม่มีอีกแล้ว สื่ออันเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน(มติชน - เมืองไทยรายสัปดาห์ ฯลฯ)

…………..ต่อไปนี้ไม่มีอีกแล้ว สื่อที่ เต็มเปี่ยมไปด้วย อิสระทางความคิด อิสระ ใรการเสนอข้อมูลข่าวสาร สื่อที่ให้ข้อมูลด้านการเมืองอย่างตรงไปตรงมา สื่อที่ทำให้ประชาชนอย่างเราๆท่านๆ ไม่โง่ …………….สื่ออันเป็นที่พึ่งสุดท้าย ของประชาชน

……………หนังสือพิมพ์มติชน บางกอกโพสต์ เป็นสื่อกระแสหลัก ที่เน้นการให้ข้อมูลข่าวสาร เพื่อก่อให้เกิดการตั้งคำถาม และสร้าง ผลประโยชน์ของสังคม นำเสนอเหตุการณ์ การเมือง อย่างตรงไปตรงมา และยังมีอิทธิพลชี้นำสังคมสูง เพราะทั้ง 2 บริษัท มีสื่ออยู่ในมือ ถึง 5 ฉบับ 5 ยี่ห้อ ที่เข้าถึง สังคม ได้ตั้งแต่ ระดับ รากหญ้า จนถึง ต่างประเทศ รวมทั้ง รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ของ คุณสนธิด้วย ที่กล้านำเสนอความจริง หลายๆอย่างที่ คนไทย ส่วนใหญ่ไม่รู้ …………..

(and so on…continues here.)

Another popular link.

2
post staffer 16.09.05

At times of intense soul-searching and impassioned debate such as these (at least on the Net - less so in real life, I suspect), good to give the other side a say, I think.

Sonthi can be found everywhere; these people have to be much more careful what they say…

คำแถลงของกรรมการบมจ. อสมท กรณี “เมืองไทยรายสัปดาห์”

ผมขออนุญาตแถลงอะไรอีกสักนิดได้ไหมครับ ผมขออนุญาตเล่าอะไรที่เป็นความยาวสักนิด ถ้าจะกรุณา ในช่วงเวลาประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ในเรื่องการเมืองไทยรายสัปดาห์ ซึ่งผมก็มีโอกาสติดตามค่อนข้างจะสม่ำเสมอเหมือนกันนะครับ ก็มีบางครั้งที่คุณสนธิกรุณากล่าวถึงผมหรืองานทางวิชาการของผม ซึ่งเคยเขียนวิทยานิพนธ์เรื่อง “พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญ” คุณสนธิก็ยังเคยเชิญชวนในรายการนั้นว่า อยากจะให้ผมได้มีโอกาสมาแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะบ้าง ในประเด็นที่คุณสนธิได้พูดได้หยิบยกขึ้นมากล่าวในรายการ

ผมเองเฝ้าสังเกตมาในช่วงเวลารายการ 2 – 3 ครั้งข้างท้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประเด็นเนื้อหาของรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ในวันศุกร์ที่ผ่านมาอาจจะกล่าวได้ว่าร้อยละ 80 ล่ะกระมัง วนเวียนเนื้อหาอยู่ในประเด็นที่เกี่ยวข้องพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ กล่าวโดยรวมแล้วคุณสนธิ มีลีลาการพูดที่น่าสนใจ น่าติดตามฟัง ก็ฉลาดที่จะมีวิธีพูดที่ทำให้ผู้ฟังนั้นมีความเข้าใจที่อนุมานได้ว่า ในปัจจุบันนี้มีปัญหาใหญ่ของบ้านเมืองเกิดขึ้น ก็คือเรื่องของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ท่านนายกฯ โดยตรงก็ดี ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เครืองาม ก็ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องการแต่งตั้งรักษาการสมเด็จพระสังฆราชแล้วคุณสนธิ ยังก็ยังพูดไปไกล ผมจำถ้อยคำชัดเจนไม่ได้แน่ แต่คุณสนธิ บอกว่ามีความเข้าใจของคนจำนวนหนึ่งว่าเวลานี้ก็มีพระสังฆราชของรัฐบาลองค์หนึ่ง กับพระสังฆราชของพระเจ้าอยู่หัวอีกองค์หนึ่ง ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ และก็รับฟังข้อมูลจากคุณสนธิ ในวันรุ่งขึ้นปฏิกริยาที่เกิดขึ้นในเวปไซด์ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการก็ดี พันธ์ทิพย์ ก็ดี มีความเห็นที่หลากหลายแล้วก็เป็นความเห็นที่รุนแรงหลายความเห็น ความเห็นที่แตกต่างหลากหลายนั้นจำนวนหนึ่งก็คงเชื่อหรือเห็นคล้อยตามความเห็นคุณสนธิ อีกจำนวนหนึ่งก็เป็นความเห็นที่ตรงกันข้าม

ผมเองก็ติดตามสถานการณ์เรื่องนี้ด้วยความลำบากใจ ผมอยากจะเรียน ท่านทั้งหลายจะกรุณาเชื่อผมมากน้อยเพียงใดก็เป็นดุลยพินิจของท่านสื่อมวลชน หรือแม้กระทั่งพี่น้องประชาชนทั่วไป ในฐานะซึ่งอย่าไปบอกว่าผมเป็นรองปลัดกระทรวงหรือผมเป็นอะไรก็แล้วแต่ มันเปลี่ยนกันได้ ผมจะเป็นหรือไม่เป็นตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ ผมก็ชื่อธงทอง จันทรางศุ ผมมีประสบการณ์ ผมมีความรู้ ความศึกษาของผมในประเด็นเรื่องพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมสังเกตเห็นหรือผมเห็นในเรื่องนี้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่เป็นธรรมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันพระมหากษัตริย์ในเมืองไทยนั้นเป็นที่เคารพสักการะสูงสุด เป็นสิ่งที่คนไทยหวงแหนเทิดทูนบูชา พระราชอำนาจตามกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น มีอยู่อย่างไรนั้นก็เป็นลายลักษณ์อักษร แต่เหนือจากรัฐธรรมนูญนอกจากรัฐธรรมนูญแล้ว พระมหากษัตริย์ นั้น ยังทรงมีอำนาจในระบอบประชาธิปไตยอีกหลายประการ หลายสถาน รวมถึงพระราชอำนาจที่จะได้รับคำกราบบังคมทูล และปรึกษาจากรัฐบาล พระราชอำนาจที่จะแนะนำ ตักเตือนรัฐบาล แต่การใช้พระราชอำนาจเหล่านี้มีข้อพิจารณาสำคัญก็คือว่า เป็นการภายในระหว่างรัฐบาลและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือสถาบันพระมหากษัตริย์ ธรรมเนียมประเพณีไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศอังกฤษหรือประเทศไทย ก็เหมือนกันตรงกัน ก็คือว่ารัฐบาลเมื่อกราบบังคมทูลพระกรุณาอย่างหนึ่งอย่างใด หรือได้รับพระราชทานมหากรุณาแนะนำตักเตือนชี้ทางออก ด้วยประสบการณ์พระปรีชาสามารถ รัฐบาลไม่อยู่ในฐานะซึ่งจะไปอธิบายอะไรได้ ว่าได้รับคำแนะนำนี้แนวทางอย่างนั้นมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในทางฝั่งตรงกันข้าม สถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะบอกว่าเรื่องนี้ได้เตือนแล้วได้บอกแล้ว หรือที่ทำแล้วตรงหรือไม่ตรงกับสิ่งที่ได้แนะนำได้ปรึกษาหารือร่วมกัน ผมเองอาจจะมีความลำบากใจอยู่สักนิดที่จะต้องเรียนว่าหลายอย่างหลายเรื่องที่คุณสนธิ ได้ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงในรายการ ผมอาจจะโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่ทราบ ผมทราบว่ามันไม่จริง แต่ผมก้ไม่อยู่ในฐานะซึ่งจะต้องบอกรายละเอียดทั้งหมดเพราะมันผิดธรรมเนียมของราชเสวกที่ดีคือคนที่เป็นข้าราชการหรือของคนที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยจะพึงกระทำ ผมอาจจะต้องเรียนสั้น ๆ ว่า โชคร้ายของ อ.ส.ม.ท. สักนิดหนึ่ง ที่เรื่องนี้เป็นข่าวขึ้นมาบังเอิญใกล้เคียงกันกับระยะเวลาซึ่งมีข่าวในแวดวงสื่อมวลชนอยู่การเทคโอเวอร์หุ้นของสื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์บางฉบับอยู่ ถ้าผมคิดถึง อ.ส.ม.ท. แต่โดยลำพัง คิดถึงความง่ายในการทำงาน การประชุมบอร์ดเมื่อกี้นี้ ท่านประธานก็ดี เพื่อนกรรมการผมก็ดี ก็อาจจะต้องไม่ต้องตัดสินใจอะไรในเรื่องนี้หรอก พูดไปก็สองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง แต่ผมคิดว่าสถานการณ์ในขณะนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ เมื่อวันศุกร์ที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมานั้นปฏิกริยาที่เกิดขึ้นในสาธารณะ ความบาดหมางในระหว่างพี่น้องคนไทยด้วยกันเอง ความไม่เข้าใจถูกต้องตรงตามวิถีครรลองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ผมจำเป็นร่วมกันกับที่บอร์ด อสมท ทั้งหลายได้ร่วมกันตัดสินใจ ที่ต้องตัดสินใจระงับรายการเมืองไทยรายสัปดาห์

หลายท่านอาจจะบอกว่านี่เป็นความพยายามส่วนหนึ่งของอำนาจรัฐของรัฐบาลที่จะคุกคามสื่อมวลชน ท่านก็อาจจะมีสิทธิ์ที่จะคิดที่เข้าใจอย่างนั้นได้ แต่ถ้าถามใจผมเอง แล้วผมตอบกับตัวผม ถามว่าทำอะไรอยู่ สำหรับรัฐบาลนั้นผมอายุผ่านมาถึงขนาดนี้แล้วก็มีรัฐบาลมาแล้วก็ไป ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็แล้วแต่ ในสักวันหนึ่งในรัฐบาลของ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก็จะไปครับผม อยู่ไปจนกว่าโลกสลายไม่ได้หรอก สิ่งที่เราตัดสินใจร่วมกันวันนี้ พูดตรงกัน เห็นตรงกัน ไม่ใช่การปกป้องรัฐบาล แต่เป็นการปกป้องและทำหน้าที่ของคนไทยด้วยความสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ถ้าการตัดสินใจอย่างนี้วันนี้จำเป็นจะต้องรับผลรับคำติคำชมไม่ว่ามากไม่ว่าน้อยประการใด ผมและเพื่อนกรรมการพร้อมที่จะรับผลนั้นทุกประการ ผมถือว่าภาระหน้าที่นี้เป็นภาระหน้าที่ที่มีเกียรติยิ่งของกรรมการ บมจ. อสมท ในวันนี้ ขอบคุณครับ

(from the Thai news agency)

3
Tom Vamvanij 16.09.05

Post staffer:

Isn’t this thread getting a little, um, out of hand? Don’t get me wrong, I do appreciate all the stuff you pass along, some of which I will certainly write about in the coming days. Yet there must be a better place for you to post the Thai media’s outrage du jour than under whatever entry that happens to be at the top of my blog at a given time.

So here’s my suggestion. Go to the Quote Page of Tom’s Multiply Site and post your excerpts there. With all the tags assigned to each entry, it should be easy enough for you to find an appropriate one to “reply” to. The site being born as we speak, there are only two entries anyway. I’m sure you’ll appreciate the title of the top one. Fire away, my friend.

Your on-topic comments, of course, are always welcome here on this site.