ครุกแมนมากรุงเทพ(ธุรกิจ) | 17.05.05

ในฐานะอดีตแฟนคอลัมน์ (เมื่อครั้งเขายังเขียนให้ Slate และเบรกยังไม่แตก), ผมอดไม่ได้ที่จะหูผึ่งเมื่อได้ยินว่า พอล ครุกแมน จะมาเมืองไทย. แต่แล้วเมื่อ google ดู กรรมเก่าก็ทำให้ไปเจอะเอา “ข่าว” อายุหนึ่งปีครึ่งชิ้นนี้ของ กรุงเทพธุรกิจ เข้า:

ผลงาน “ครุกแมน” โจมตี “บุช” ถูกยกเป็นตัวเก็งคว้าโนเบล

อีโคโนมิสต์ชื่นชม “พอล ครุกแมน” ยกให้เป็นสุดยอดนักเศรษฐศาสตร์ ขวัญใจอเมริกันชน ผู้ไม่หวังประโยชน์ กล้าวิพากษ์นโยบายรัฐบาล “บุช” มั่นใจนักวิชาการชื่อดัง ยังมีสิทธิเป็นตัวเก็ง คว้ารางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ในอนาคต

ถ้ามีรางวัลโนเบลสำหรับผลงานโจมตีสื่อมวลชนไทยก็คงจะดี, เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีเรื่องให้ด่า. น่าเสียดายที่ไม่มี, แต่แล้วรางวัลสำหรับการโจมตีประธานาธิบดีบุชก็ไม่มีเช่นกัน. นอกจากสาขาวรรณกรรมและสันติภาพแล้ว รางวัลโนเบลเขามีไว้ให้สำหรับ ผลงานวิชาการ ไม่ใช่ให้หนังสือรวมเล่มคอลัมน์ที่เคยลงหนังสือพิมพ์อย่างที่ครุกแมนเพิ่งพิมพ์ออกมา เข้าใจมั๊ย คุณ “นักข่าว”?

อันที่จริงแล้ว บทความเรื่อง “The one-handed economist” ใน The Economist ฉบับวันที่ 13 พฤศจิกายน 2003 นั้นหาได้มีสาระสำคัญเกี่ยวข้องกับโอกาสของครุกแมนในการได้รับรางวัลโนเบลไม่. ยิ่งไปกว่านั้น บทความนี้โดยรวมแล้ววิจารณ์ครุกแมน ในทางลบ, มิได้ “ชื่นชม” อย่างที่ กรุงเทพธุรกิจ บรรเลงเอาเองแต่อย่างใด.

นี่คือพาดหัวของ อีโคโนมิสต์:

นักเศรษฐศาสตร์มือเดียว

พอล ครุกแมน กับศิลปะอันที่เป็นที่ถกเถียงของการเผยแพร่เศรษฐศาสตร์ไปสู่คนหมู่มาก

นั่น, คุณเห็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับรางวัลโนเบลมั๊ย? ผมไม่ยักเห็น แต่ผมเห็นสัญญาณมาแต่ไกลว่าครุกแมนจะต้องไม่ชอบอ่านบทความชิ้นนี้.

แต่ถ้าจะเอาให้แน่จริงก็ต้องเริ่มอ่านที่ย่อหน้าแรก. นี่คือของ กรุงเทพธุรกิจ:

ดิ อีโคโนมิสต์ นิตยสารเศรษฐกิจชั้นนำในอังกฤษ รายงานเชิงวิเคราะห์ ชื่นชมแนวคิดที่กล้าหาญ ของนายพอล ครุกแมน นักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อดัง ที่เคยเสนอแนวคิดแบบหนุนสุดตัวให้ ดร. มหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตผู้นำมาเลเซีย ใช้มาตรการควบคุมการปริวรรตเงินตรา เพื่อสกัดการไหลออกของเงินทุน (Capital Control) และป้องกันวิกฤติเศรษฐกิจเป็นผลสำเร็จ

โดยบทวิเคราะห์ ระบุว่า ปัจจุบันนายครุกแมน มีผลงานการเขียน คอลัมน์ในนิวยอร์ก ไทมส์ มีเนื้อหาถกเถียงกันเบาๆ ว่าด้วยเศรษฐกิจใหม่ไปจนถึง คำวิจารณ์เปิดกว้าง เกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐบาลประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช และนายครุกแมน นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ได้อธิบายบทบาทของเขาไว้ว่าเป็นดังเสียงอ้างว้างสะท้อนความจริงในทะเลแห่งการคอรัปชั่น

[ตัวเน้นของผม]

นี่คือของ อีโคโนมิสต์:

“หานักเศรษฐศาสตร์มือเดียว [ทางเดียว] มาให้ผมหน่อย” ประธานาธิบดีอเมริกันผู้หนึ่งเคยเรียกร้องอย่างหงุดหงิด. “นักเศรษฐศาสตร์ทุกคุณพูดว่า ‘ในทางหนึ่ง … ในอีกทางหนึ่ง’”. อย่างน้อยก็ในเรื่องมือเดียวนี้, แฮรี ทรูแมน จะต้องชอบ พอล ครุกแมน — นักเศรษฐศาสตร์ผู้ซึ่งน้อยนักที่จะลังเลในการ เลือกจุดยืนที่ท้าทาย, กระทั่งเมื่อหัวข้อคือตัวเขาเอง. ในการเล่าเรื่องราวของเกี่ยวกับ การกลายสภาพของคอลัมน์สัปดาห์ละสองครั้ง จากเดิมที่เป็นบทสนทนาเบาๆ เกี่ยวกับ “เศรษฐกิจใหม่” จนกลายมาเป็น การกระหน่ำ รัฐบาลบุชที่มีผู้อ่านกว้างขวาง, อาจารย์พรินซ์ตันผู้นี้เรียกตัวเองว่าเป็น “เสียงแห่งความจริงอันโดดเดี่ยวในทะเลแห่งการคอรัปชั่น”.

[แปลจากภาษาอังกฤษโดยผมเอง, ตัวเน้นของผม]

ที่ทำเนื้อหาของ transformation ตกไปทั้งดุ้นและแปล broadside เพี้ยนไปเป็น “คำวิจารณ์เปิดกว้าง” ยังพอทำเนา, แต่คุณไม่เข้าใจคำไทยง่ายๆ ว่า “ประชด” หรอกหรือ คุณนักข่าว กรุงเทพธุรกิจ ที่รัก?

แล้วที่คุณอ้างถึง capital control ซึ่ง อีโคโนมิสต์ ไมได้พูดถึงน่ะนะ อันที่จริงมันก็ความตั้งใจที่ดีอยู่หรอก. ชั่วแต่ว่าคุณแน่ใจหรือว่ามันถูกต้องแล้วที่จะเรียก การสนับสนุนมาตรการนี้ ของครุกแมนว่า “สุดตัว”. ลองกลับไปอ่าน จดหมายเปิดผนึกถึงมหาธีร์ของครุกแมน หน่อยเป็นไร?

เอ่อ คิดอีกทีแล้วอย่าอ่านดีกว่า จะลำบากเปล่าๆ:

กรุงเทพธุรกิจ:

อีโคโนมิสต์ให้ข้อมูลว่า จากเวบไซต์ LYINGINPONDS.COM ที่ติดตาม ความนิยม คอลัมนิสต์การเมืองในอเมริกา จัดอันดับให้นายครุกแมนครองอันดับ 2 ตามหลังแอนน์ คูลเทอร์ นักวิจารณ์หัวอนุรักษนิยมผู้มีวาทะดุเดือด

สำหรับงานเขียนคอลัมน์ของครุกแมน ส่วนใหญ่โจมตีพรรครีพับลิกัน และเกือบจะไม่มีผลงานที่โจมตีพรรคเดโมแครต และในคอลัมน์ของนายครุกแมนตลอดช่วงที่ผ่านมา โฟกัสไปที่การกล่าวโทษอาการป่วยต่างๆ ของเศรษฐกิจโลก ว่าล้วนมาจากฝีมือจอร์จ บุช

อีโคโนมิสต์:

Lyinginponds.com, เว็บไซต์ซึ่งติดตาม การแบ่งพรรคแบ่งพวก ในหมู่คอลัมนิสต์การเมืองอเมริกัน, ให้จัดอันดับให้ครุกแมนเป็นที่สองใน ความลำเอียงเข้าข้างพรรคใดพรรคหนึ่ง ในคอลัมน์ของเขา, ตามหลังเพียง แอน โคลเทอร์, นักเขียนหัวอนุรักษนิยมชนิดดุเดือด (และหลายครั้งไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย).

ไอ้หยา! กรุงเทพธุรกิจ นึกว่า “partisonship” คือ “popularity”? เพราะพวก “นักข่าว” อย่างคุณสับสนกันอย่างนี้สิท่า “ข่าว” เมืองไทยถืงได้เป็นอย่างที่เห็นอยู่. โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ “นักข่าว” เครือเนชั่น ผมไม่แปลกหรอกว่าพวกเขาจะเห็นข้างล่างนี่เป็นเรื่องน่านิยมชมชอบ.

กรุงเทพธุรกิจ:

ในคอลัมน์ของนายครุกแมนตลอดช่วงที่ผ่านมา โฟกัสไปที่การกล่าวโทษอาการป่วยต่างๆ ของเศรษฐกิจโลก ว่าล้วนมาจากฝีมือจอร์จ บุช

โดยยกตัวอย่างกรณี ดร.มหาธีร์ อดีตผู้นำมาเลเซีย กล่าวสุนทรพจน์ต่อต้านพวกยิวเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเรื่องนี้นายครุกแมนได้ออกมาผสมโรงวิจารณ์ทันทีว่า นโยบายต่างประเทศของรัฐบาลบุช ได้กดดันดร.มหาธีร์ ซึ่งเตรียมก้าวลงจากตำแหน่งนั้น ต้องออกมากล่าวสุนทรพจน์โจมตีสหรัฐ เพื่อหวังแรงสนับสนุนทางการเมืองจากชาวอเมริกัน

อีโคโนมิสต์:

เพียงชำเลืองผ่านคอลัมน์ของครุกแมนเปิดเผยแนวโน้มขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ที่จะโทษปัญหาทุกอย่างในโลกที่ จอร์จ บุช. ยกตัวอย่าง ในวิกฤตการณ์พลังงานของแคลิฟอร์เนีย เขาสาดเสียเทเสียใสรัฐบาลบุชและคณะกรรมการกำกับดูแลพลังงาน (FERC) ที่ไม่วางมาตรการควบคุมราคาเร็วกว่านี้ — แต่กลับไม่เคยมีที่ว่างที่จะพูดถึง บิล คลินตัน, ผู้ซึ่งกำกับ FERC ที่เฉื่อยชาแบบเดียวกันในช่วงแรกของวิกฤตการณ์, และ [ครุกแมน] ยังไม่เคยโจมตี เกรย์ เดวิส, ผู้ว่าการรัฐพรรคเดโมแครตในขณะนั้น, สำหรับการปฏิเสธอันหายนะของเขาที่จะปล่อยให้ราคาต่อผู้บริโภคขยับขึ้น. หลังจากที่ มหาธีร์ มูหะหมัด, นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแสดงสุนทรพจน์ต้านชาวยิวเมื่อเร็วๆ นี้, มร. ครุกแมนเสนอว่านโยบายต่างประเทศอันทะเร่อทะร่าของรัฐบาลบุชได้บังคับให้ ดร. มหาธีร์ ต้องออกมาแสดงวาทะดังกล่าวเพื่อระดมแรงสนับสนุนภายในประเทศ — [ซึ่งเป็นสมมุติฐานที่] ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง, เนื่องจากมหาธีร์กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่ง.

ความลำเอียงเข้าขั้นของ กรุงเทพธุรกิจ อาจทำให้พวกเขาคิดออกมาได้ว่าทั้งหมด อีโคโนมิสต์ อยู่นี่กำลังเชียร์ พอล ครุกแมน อยู่. แต่ขอโทษ หันไปดูเจ้าตัวเค้าซะก่อนเถอะเพ่ เค้านั่งจามไม่รู้กี่หนแล้ว.

แล้วถามจริงเหอะ ที่เขียนว่า “ต้องออกมากล่าวสุนทรพจน์โจมตีสหรัฐ เพื่อหวังแรงสนับสนุนทางการเมืองจากชาวอเมริกัน” น่ะเขียนออกมาด้วยอวัยวะส่วนไหน? อย่าโกรธกันเลยนะ คุณ กรุงเทพธุรกิจ. ที่ผมเขียนด่าคุณอยู่นี่ก็เพื่อหวังแรงสนับสนุนจากคุณเท่านั้นเองแหละ.

กรุงเทพธุรกิจ:

อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ คือนายครุกแมน มองเกม กรณีสหรัฐวิพากษ์วิจารณ์เกาหลีเหนือแต่ไม่โจมตี ถือเป็นความเคลื่อนไหวหลังจากหมดเรื่องอิรัก และเขาเชื่อว่าประธานาธิบดีบุช ได้สร้างภาพเกาหลีเหนือ ให้กลายเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ที่เป็นภัยอันตรายมากขึ้น

อีโคโนมิสต์:

[ครุกแมน] ใช้ ทฤษฎีเกม เพื่อเถียงว่า, ด้วยการตำหนิแต่ไม่โจมตีเกาหลีเหนือ, แล้วหันไปเอาเรื่องอิรักแทน, มร. บุช “ดูเหมือนจะ” ช่วยเสริม ให้เกาหลีเหนือกลายเป็นประเทศอำนาจนิวเคลียร์ที่ยิ่งอันตรายมากขึ้นอีก. นี่คงจะฟังไม่ขึ้นสำหรับนักทฤษฎีเกมส่วนใหญ่.

มากันถึงตรงนี้คงไม่มีใครแปลกใจที่เหล่าอัจฉริยะที่ กรุงเทพธุรกิจ นึกว่า “go after Iraq” แปลว่า “หมดเรื่องอิรัก” และ “game theory” คือการ “มองเกม” (สงสัยจะไม่เคยดู A Beautiful Mind). แต่ว่าพวกเขากินดีหมีมาจากไหนถึงกล้าเติมคำว่า “สร้างภาพ” ลงไปเสียดื้อๆ? ครุกแมนเชื่อว่าเกาหลีเหนือเป็นภัยนิวเคลียร์ ของจริง และกล่าวหารัฐบาลบุชว่า การที่พวกเขาดีแต่พูดแต่ไม่เอาจริงกับเกาหลีเหนือทำให้ภัยนี้ยิ่งอันตรายมากขึ้นเพราะว่าต่างหาก. เราอาจเรียกได้ว่านี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจของ “นักข่าว” ไทยที่กระสันจะกล่าวหาว่ารัฐบาลสหรัฐ “สร้างภาพ” ภัยของเกาหลีเหนือ แล้วก็เอาคำพูดนี้ไปยัดใส่ปากคนในข่าว. สรุปแล้วใคร “สร้างภาพ” ไม่ทราบจ๊ะ, คุณอิเหนา เอ๊ย คุณ กรุงเทพธุรกิจ?

เอาพอเหม็นปากเหม็นคอแค่นี้ เพียงเพื่อให้คุณผู้อ่านได้เห็นว่าเหตุใดผมถึงอดรนทนไม่ได้ต้องลุกขึ้นมาเขียน หนังสือเกี่ยวกับสื่อมวลชนไทย. เท่านั้นยังไม่พอ ต้องมาเขียนต่อที่นี้ให้คุณอ่านฟรีๆ อีก. ปัญหามันอยู่ที่ว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกตัวเองว่า “หมาเฝ้าบ้าน” นี้มันปล่อยสิ่งปฏิกูลออกมาวันละเป็นตันๆ ในขณะที่ผมคอยเก็บกวาดได้อย่างมากเพียงอาทิตย์ละก้อนสองก้อนเท่านั้น…

อ้าว เดี๋ยวก่อน เกือบลืมรางวัลโนเบลไปเลย. ต่อไปนี้คือย่อหน้าสุดท้ายของคอลัมน์นี้ของ อีโคโนมิสต์ ซึ่งเป็นที่เดียวพูดเกี่ยวกับรางวัลนี้.

เพื่อนนักเศรษฐศาสตร์ของ มร. ครุกแมนหลายคนที่อิจฉาความโด่งดังของเขา ปลอบตัวเองว่าเสียงตะเบ็งเลือดเดือดของเขาอาจทำร้ายชื่อเสียงของเขาพอที่จะทำให้แน่ใจได้ว่าเขาจะไม่ชนะรางวัลโนเบลในตอนนี้. แต่พวกเขาเหล่านั่นอาจกำลังหลอกตัวเอง. คณะกรรมการรางวัลโนเบลเท่าที่ผ่านมาไม่ขยาดต่อการให้รางวัลกับนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้ประสบกับความอื้อฉาวในหมู่คนทั่วไป, โดยเห็นได้จากการให้รางวัลต่อ มร. ฟรีดแมน และ, เมื่อเร็วๆ นี้, โจเซฟ สติกลิตซ์. มร. ครุกแมน น่าจะยังคงมีสิทธิอยู่.

และก็ตรงนี้แหละ ที่ กรุงเทพธุรกิจ เอาไปพาดหัวว่า “ผลงาน”ครุกแมน”โจมตี”บุช” ถูกยกเป็นตัวเก็งคว้าโนเบล”. นี่แหละน้า สื่อมวลชนไทย. อย่างอื่นอาจไม่ได้เรื่อง แต่จินตนาการเป็นยอด.

อย่างที่ผมบอกไปเมื่อตอนต้นครุกแมนกำลังจะมาพูดในเมืองไทยและตอนนั้นก็จะต้องตกเป็นข่าวอีก. ถ้าผมไม่ว่างจะมารับหน้าที่มากำจัดสิ่งปฏิกูลที่เหล่า “หมาเฝ้าบ้าน” จะผลิตออกมา ก็ขอให้คุณจำโพสต์นี้ไว้ในหัวเวลาที่คุณอ่าน “ข่าว” เกี่ยวกับครุกแมนในเมืองไทยแล้วกัน.

01:50 ▪ สื่อมวลชน

« อภิรักษ์วันนี้ 2 | | ช้าก่อน กรณ์ »