C-130 กับน้องทักษิณ | 9.12.05

ผมนึกว่านี่เป็นข่าวเก่าไปแล้ว แต่เมื่อได้ยินคุณสนธิ ลิ้มทองกุล หยิบมาเล่าอีก ในการถ่ายทอดเสียงจากสวนลุมพิณี (ที่ข้างบ้านเขาเปิดเผื่อ) ก็อดไม่ได้ที่จะเสนอความจริงสั้นๆ ดังนี้:

  1. แม่ผม ซึ่งเป็นแม่มืออาชีพและไม่เคยอยู่ในวงการเมืองหรือวงการไหนๆ กับใครเขา ได้รับการเสนอให้โดยสารเที่ยวบินกรุงเทพ-เชียงใหม่ของกองทัพอากาศเมื่อเร็วๆ นี้พร้อมๆ กับเพื่อนๆ จำนวนหนึ่ง. เจ้าของไร่ในเชียงใหม่ที่เหล่าสาวน้อย (แต่แก่ไม่น้อย) กำลังจะไปตากอากาศกันเผอิญมีน้องชายอยู่ในทอ. สุดท้ายเหล่าสาวๆ ปฏิเสธข้อเสนอนั้นไป เราเลยไม่รู้ว่าถ้าไปจะไปเที่ยวบินเมล์หรือเที่ยวบินนักเรียนนายเรืออากาศกันแน่.
  2. คำขอโดยสารเที่ยวบิน อย่างเป็นทางการของเสนาธิการทหารอากาศ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ต่อผู้บัญชาการกองทัพอากาศแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เที่ยวบินที่คณะวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร 37 คนจะขอโดยสารไปด้วยในวันที่ 14 พฤศจิกายนนั้นเป็นเที่ยวบินที่ ได้ถูกกำหนดมาก่อนแล้ว สำหรับ “ภารกิจฝึกบิน” นักเรียนนายเรืออากาศ.
  3. วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร นั้นในทางปฏิบัติก็คือสโมสรสำหรับข้าราชการที่ใช้อำนาจแสวงหาเงินและนักธุรกิจที่ใช้เงินแสวงหาอำนาจมาทำความรู้จักมักจี่กัน. พวกหลังนั้นจ่ายเงินไม่อั้นในเพื่อสนับสนุนกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ต่างๆ ของวปอ. ในขณะที่พวกแรกโชว์ความสามารถพิเศษของสังกัดด้วยการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกและกำลังคน. ยานพาหนะของกองทัพเข้าข่ายสิ่งอำนวยความสะดวกนั้น และงานขึ้นบ้านใหม่/วันเกิดก็เข้าข่ายกิจกรรม (ซึ่งมักไม่เข้าท่า) ดังกล่าว.
  4. คุณมณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล และ พล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต เป็นศิษย์เก่าวปอ. รุ่นที่ 46 และแขก 37 คนในรายชื่อทำเรื่องขอโดยสารเครื่องบินในนาม “คณะวปอ. รุ่น 46” ซึ่งผมเข้าใจว่าทั้งหมดหรือไม่ก็ส่วนใหญ่ก็เป็นจริงๆ. (Thaiinsider.com ตั้งข้อสังเกตว่าผู้โดยสารในรายชื่อสุดท้ายอาจไม่ใช่ศิษย์เก่าวปอ. ทุกคน ซึ่งก็เป็นไปได้. แต่สำหรับราชการไทยแล้วนี่เป็นเรื่องเล็กมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเพียง 18 จาก 37 ในรายชื่อลงเอยบินจริงๆ.)
  5. นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับทั้งหมดนี้ เนื่องจากการขอร่วมทางในเที่ยวบินแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ (ดูข้อ 1). หนังสือขออนุมัติของ พล.อ.อ. สุกำพล อ้างถึงอำนาจของผู้ช่วยผู้บัญชาการกองทัพอากาศในการอนุมัติให้ “บุคคลภายนอกโดยสารอากาศยานของ ทอ.” แทนผบ. ทอ. ซึ่งผช. ผบ. ทอ. คนหนึ่ง (อ่านชื่อไม่ออก) ก็เป็นผู้อนุมัติคำขอนั้นจริงๆ.

และนี่ก็คือความจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่โด่งดังที่สุดของคนที่ประกาศตัวว่ากำลัง “สู้เพื่อในหลวง

23:37 ▪ การเืมือง, สื่อมวลชน

« กรรมใหม่ สนธิ ลิ้มทองกุล !? | | ชวนหลีกภัย (ในพม่า) »

1
Golffee 22.12.05

มันก็​เป็น​เรื่องธรรมดา​ ​ที่​ใครก็รู้​กัน​อยู่​ว่า​ C130 ​ที่​ไว้​ใช้​บริการญาติ​โกรวมทั้วเพื่อนฝูงของคน​ใน​กองทัพอากาศ​ ​ที่​เน้นว่า​ “สำ​​​หรับราชการไทย​​​แล้ว​​​นี่​​​เป็น​​​เรื่อง​​​เล็ก​​​มาก” ​ถูก​ต้อง​อย่างยิ่ง​

​แต่นี้มิ​ใช่​แค่​เรื่องของราชการไทย​ ​หาก​เป็น​วงศ์วานของนายกฯ​ ​ที่มีวิสัยทัศน์อันสูงส่งเหนือคนธรรมดา​ ​แถม​ยัง​เป็น​ตระกูลที่ร่ำ​รวยยิ่ง​ใหญ่​

​แต่ทำ​ไมแค่นี้​ ​ควักกระ​เป๋า​เหมา​เครื่องโลคอส​ไม่​ได้​ละ​ ​บริษัีทตระกูลตัวเองก็ทำ​ธุรกิจสายการบิน​ไม่​ใช่​หรือ​? ​ข่าวนี้มันฟ้องว่า​ ​แท้จริง​แล้ว​… ​มันก็​ไอ้คนธรรมดา​ ​อยากหา​เศษหา​เลย​ ​เล็ก​ ​ๆ​ ​น้อย​ ​ๆ​ ​ก็​ยัง​เอา​เลย​ ….

​โถ​… ​เครื่องก็​แสนโทรม​ ​ปล่อย​ให้​ญาติพี่น้องข้าราชการ​เขา​ใช่​ไปเถอะ​ ​ตัวเองร่ำ​รวย​แล้ว​ ​อย่า​ไปเบียดบัง​เขา​เลย​ 555

​ผมว่าฟังก์ชั่นของ​ Journalism ​มิ​ใช่​การพิสูจน์ว่าอันไหนจริง​หรือ​อันไหนเท็จ​ ​อันไหนปกติธรรมดาอันไหนส่อเจตนาร้าย​ ​ข่าวนี้​เป็น​ตัวอย่างอันนี้ที่ทำ​ให้​สาธารณะ​เข้า​ใจมนุษย์​ด้วย​กัน​เอง​ ​ไม่​ได้​บอกว่าน้องทักษิณ​หรือ​ทักษิณผิด​… ​แต่​ให้​เข้า​ใจว่าคนตระกูลนี้ก็​ไม่​ได้​วิ​เศษ​หรือ​จริยธรรมสูงส่งกว่าพวกเรา​เลย​

2
Tom Vamvanij 23.12.05

Golffee:

ผมว่าฟังก์ชั่นของ​​ Journalism ​มิ​​ใช่​​การพิสูจน์ว่าอันไหนจริง​​หรือ​​อันไหนเท็จ​​

แล้วงั้นใครล่ะที่มีหน้าที่หาความจริง? บล็อกเกอร์เหรอไง?

แล้วบทบาทของวารสารศาสตร์คืออะไรกันแน่? ใครพูดอะไรมา หนังสือพิมพ์ก็ถอดความตีพิมพ์ไปให้เสร็จไปวันๆ แบบนั้นเหรอ? ส่วนจะเข้าข้างใคร จะเหน็บแนมใครค่อยไปว่ากันอีกทีในหัวข่าว?

ฟังคนที่เรียกตัวเองเป็นนักข่าวพูดแบบนี้แล้วก็ไม่ต้องส่งสัยว่าทำไมสื่อมวลชนเมืองไทยถึงมี สภาพทุเรศทุรัง อย่างที่เห็นอยู่.