หนีเสือ | 9.03.06

อีกหนึ่งพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย™ ผู้ทรงปัญญาใน บางกอกโพสต์ วันนี้:

Amornrat Wongsaenganan, 39, an office worker, said she will switch to DTAC next week. ”AIS is no longer a Thai firm, so there’s no reason for me to patronise it.”

อมรรัตน์ วงศ์แสงอนันต์ พนักงานบริษัทอายุ 39 ปีบอกว่าเธอจะเปลี่ยนไปใช้ DTAC สัปดาห์หน้า. “AIS ไม่ใช่บริษัทของไทยอีกต่อไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะเป็นลูกค้า.”

บริษัท เทเลนอร์ ของนอร์เวย์ ซื้อหุ้นใหญ่ใน DTAC ไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วครับ คุณนายตื่นสาย.

นี่คือ สัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ของ DTAC จากเว็บไซต์ของบริษัท:

ถือหุ้นทางตรงถือหุ้นทางอ้อม
จำนวนหุ้นร้อยละจำนวนหุ้นร้อยละ
บริษัท ยูไนเต็ด คอมมูนิเกชั่น อินดัสตรี จำกัด (มหาชน)197,538,59341.64--
บริษัท เทเลนอร์ เอเชีย พีทีอี142,024,80029.94339,563,39371.58
บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)42,829,0509.03--

ผมอยากจะแนะนำให้คุณอมรรัตน์เอากระป๋องนมตราหมีมาเจาะรูและร้อยด้ายเป็นโทรศัพท์ แต่ก็ติดที่ว่า เนสท์เล่ ก็เป็นบริษัทต่างชาติเหมือนกัน.

คติประจำวัน: “เราคนไทย ใช้อะไรก็เรื่องของเรา”

16:03 ▪ การเืมือง

« ศัตรูของประชาธิปไตย | | ชินคอร์ป »

1
เบื่อความเกลียดชัง 17.03.06

บางกอกโพส​(บ้านผมรับ) ​เป็น​นสพ​.​เกลียดรัฐบาล​ฉบับ​หนึ่งที่คงเส้นคงวา​เอามากๆ​ ​เท่า​ที่ผมจำ​ได้​ ​ตั้งแต่รัฐบาลนี้้ขึ้นมา​ ​ตัวนสพ​.​ฉบับ​นี้​ ​แทบ​ไม่​เคยเอาข่าวดีๆ​มา​เสนอ​ ​แต่​เวลาร้ายๆ​ ​ยก​ให้​เต็มหน้ากระดาษเลยที​เดียว​

​ตัวบก​. ​และ​รองบก​.​เอง​ ​ก็​แสดงท่าทีการเกลียดชังทุก​Move ​ของคุณทักษิณ​ ​โดย​ตลอด​
​แล้ว​จะ​เอาอย่างไง​กับ​คอลัมภ์​ Post Bag ​ของ​เขา​ล่ะ​?

​แต่​ถึง​อย่างไง​ ​ก็​ไม่​ถึง​กับ​ปิดกั้น​ความ​คิดเห็นแบบ​ ​ผู้​จัดการหรอก​ ​ผมเองเคยส่งข้อ​ความ​ไปตำ​หนิ​ ​ทางบางกอกโพสว่า​ ​ชอบด่วนสรุป​ความ​เห็น​ ​ไม่​ปล่อย​ให้​ผู้​อ่านตัดสินเอง​ ​แต่ตัวนสพ​. ​ก็​ยัง​ใจกว้างพอ​จะ​ลงใ้ห้ผม​(ผมส่งทางอี​เมล์ครับ)

​กลับมาที่หัวข้อ​
​ประ​เด็น​ DTAC -​เทเลนอร์​ ​เป็น​จุดที่ผม​ใช้​อ้าง​กับ​พวกอิงกระ​แสม๊อบ​ได้​ชะงัดมากเลยครับ​
​แต่พวก​เขา​ก็มัก​จะ​อ้างกลับว่า​ “ตกลงคิดว่า​ ​รัฐบาลโกง​หรือ​ไ่ม่​โกงล่ะ​” ​คำ​ถามที่คำ​ตอบมันแน่​อยู่​แล้ว​ ​คือ​ ​โกง​
​แต่มากไปกว่า​ ​รัฐบาลสมัยปชป​.​ตรงไหน​? ​ยิ่งกว่า​นั้น​ ​ทำ​ไมคนพวกนี้​ไม่​ออกมา​เรียกร้องขับไล่รัฐบาลชุดก่อนๆ​เล่า​?

​การเลือกปฏิบัตินั่นแหละที่ทำ​ให้​ผม​ไม่​ชอบพฤติกรรมของพวก”กู้ชาติ​”พวกนี้อย่างแรง​

​เหมือนจู่ๆ​อยู่​มา​20-30​ปี​ ​แล้ว​ค่อยรู้สึกรักชาติ​เอา​ ​ตอนนสพ​.​ผู้​จัดการเล่นข่าวนั่นน่ะ​ ​มันแปลว่า​โดนสื่อเป่าหู​เอาชัดๆ​เลย​

​เอ​ ​แล้ว​การที่พวกนักวิชาการทำ​ตัวแบบนี้​ ​พวกประชาชนธรรมดาๆ​ ​อย่างพวกเรา​ ​จะ​ตัดสินพวก​เขา​ว่าอย่างไรดีครับ​? ​เพราะ​ข้ออ้างว่า​”​โดนหลอกมา​” ​มัน​ใช้​ไม่​ได้​สำ​หรับพวก​เขา​นี่นะ​

2
chaosuaa 17.03.06

ประ​เด็นดีลระหว่าง​ telenor-Dtac ​และ​
​นายก​ ​กับ​ ​กลุ่ม​ ​เทมา​เซ็ก​ ​อย่างหนึ่งที่​เห็น​ได้​ชัดๆ​ ​คือ​

​ทิศทางการเดินทางของหุ้น​ ​ความ​โปร่งใสของการดีลหุ้น​

​กรณี​แรก​นั้น​เป็น​ไปอย่างตรงไปตรงมา​ ​จริง​หรือ​ไม่​ ?? ​แต่กรณีหลัง​นั้น​อย่าว่า​แต่ชาวบ้านเลย​ ​ขนาดมาร์​เองแท้ๆ​ ​บางที​ยัง​ ​งง​

​เหมือนคนสองคนทำ​ข้อสอบชุดเดียว​กัน​ ​ฝ่ายหนึ่งนั่งทำ​แบบ​ ​นิ่งๆ​ ​ไม่​มียุกยิก​ ​วอกแว่ก​ ​มองซ้ายแลขวา​

​แต่อีกคนยุกยิก​ ​เหลียวซ้ายแลขวา​ ​ทำ​ตัวมีพิรุธ​ ​คุณว่าคนคุมสอบ​จะ​จับตา​ใครมากกว่า​กัน​หล่ะ​ ??

​ป​.​ล​. ​กรณี​เ้ปรียบเทียบ​ ​ไม่​มีข้อเกี่ยวข้อง​กับ​กรณีุซุึุกโพย​ ​ณ​. ​ม​.​ราม​

​การกระทำ​มันก็ส่อเจตนา​ ​ครับ​

​และ​กรรม​ ​มันก็​เป็น​ผล​จาก​การกระทำ​

3
สรรพวร 21.03.06

chaosuaa:

โปรดอ่าน: แอมเพิล ริช.

4
กรรมเกิดจากการกระทำ 16.09.06

ดี​แทคถือหุ้น​ใหญ่​โดย​ต่างชาติ​ ​แต่ตอนขายหุ้น​ ​ผู้​บริหาร​ไม่​ได้​เปลี่ยนกฏหมายเพื่อ​ให้​ตัวเอง​ได้​เปรียบ​
​ไม่​ได้​แอบโอนหุ้นไปบริษัทที่บริติช​ ​เวอร์จิ้้น​ ​เพื่อขายหุ้นนอกตลาด​
​ไม่​ได้​ขายผ่านลูก​แล้ว​บอกว่าตัวเอง​ไม่​เกี่ยว​
​นี่​แค่ตัวอย่างนะ​

5
Tom Vamvanij 16.09.06

คุณกรรมเกิดจากการกระทำ:

เปลี่ยนกฎหมายให้ตัวเองได้เปรียบในแง่ไหน คุณอธิบายได้มั๊ย? นึกแล้วว่าไม่ได้ งั้นผมจะช่วยบอกให้.

วุฒิสภาออกกฎหมายจำกัดสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในธุรกิจคมนาคมที่ 25% ในปี 2544. ถึงแม้กฎหมายจะไม่มีผลย้อนหลัง เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทันทีว่ากฎหมายนี้เอื้อประโยชน์ให้ AIS เพราะเป็นบริษัทเดียวในขณะนั้นที่มีหุ้นส่วนต่างชาติต่ำกว่า 25% (จาก Bangkok Post Year-end Economic Review 2001):

Local industry operators were highly critical of Article 8, a Senate-inspired provision that limits foreign shareholdings in local operators at 25%. Most major telecoms concerns’ foreign shareholdings already exceed the limit, with the notable exception of cellular market leader Advanced Info Service, founded by Prime Minister Thaksin Shinawatra.

ดังนั้น จึงเป็นธรรมดาที่บริษัทคู่แข่งจึงพากันล็อบบี้เพื่อให้แก้ไขกฎหมายนี้:

United Communication Industry Plc has led the opposition to the cap on foreign shareholding, as 47% of its shares are held by non-Thais. Ucom chairman Boonchai Bencharongkul has lobbied Mr Thaksin to amend Articles 8 and 58 to prevent confusion and unfair competition.

และรัฐบาลก็ดูเหมือนจะเห็นใจ เพราะถึงยังธุรกิจโทรคมนาคมก็ต้องค่อยๆ เปิดเสรีตามข้อตกลงกับองค์กรการค้าโลกอยู่แล้ว:

The foreign-investment cap, meanwhile, was likely to be raised to 49% when Parliament resumes sitting in February, according to Finance Minister Somkid Jatusripitak.

แต่เมื่อจะได้แก้กฎหมายกันจริงๆ ในปี 2546, รัฐบาลกลับ โดนกล่าวหาว่าทำเพื่อช่วย AIS อีก. พอจะเห็นแนวทางมั๊ย? ขึ้นก็โดน ล่องก็โดน...

ชั่วแต่ว่าตอนนั้นยังไม่ใช่ข่าวใหญ่โตอะไร (??บางกอกโพสต์?? ลงข่าวในหน้า 3). ต้องรออีก 3 ปีให้ตระกูลชินวัตรขายหุ้นชินคอร์ปนั่นแหละ ถึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ปลุกผีเรื่องนี้ขึ้นมีอีก. คนที่ไม่เคยสนใจติดตามข่าวสารใดๆ นอกจากสิ่งที่สื่อมวลชนยัดเยียดให้ จึงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู้ราวกับว่ากระบวนการแก้กฎหมายทั้งหมดเพิ่งเกิดขึ้นก่อนโอนหุ้นให้เทมาเส็กวันสองวัน ทั้งๆ เทเลนอร์ ก็เทคโอเวอร์ดีแทคภายใต้กรอบกฎหมายเดียวกันนั่นแหละ. รัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้ดีแทคด้วยหรือเปล่า?

นี่ก็ไม่ต่างอะไรจากที่เหล่าคุณนายตื่นสายทั้งหลายร้องวี้ดว้ายกระตู้วู้ที่ได้ยินว่าการขายหุ้นครั้งนี้ เหมือนกับครั้งอื่นๆ ตลอดอายุ 30 ปีของตลาดหลักทรัพย์ ไม่ต้องเสียภาษีกำไรจากเงินลงทุน (capital gains tax). และคนพวกนี้ก็ยิ่งกรี๊ดกร๊าดหนักขึ้นอีกเมื่อเคยได้ยินคำว่า “บริษัทออฟชอร์” และ “บริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์” เป็นครั้งแรก. บริษัท แอมเพิล ริช ถูกตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2542 และไม่ใช่เพื่อขายหุ้นให้เทมาเส็กอย่างที่คุณว่า. อันที่จริงแล้วตรงกันข้าม แอมเพิลริช ขายหุ้นคืนให้กับตระกูลชินวัตรก่อนที่จะขายให้เทมาเส็ก และหุ้นจำนวนนั้นก็คิดเป็นเพียง 22% ของล็อตที่ขาย.

แต่ก็อีก ผมไม่รู้จะอธิบายทั้งหมดนี่ไปทำไมให้เมื่อย เนื่องจาก 1) โพสต์สั้นๆ ของผมข้างบนพูดถึงเหตุผลของคุณอมรรัตน์ที่จะไม่เป็นลูกค้า AIS เพียงเพราะ “ไม่ใช่บริษัทของไทยอีกต่อไปแล้ว”เท่านั้นและไม่เกี่ยวกับประเด็นอื่น และ 2) อย่างที่ Swift ว่า ไว้: You cannot reason a person out of a position he did not reason himself into in the first place.