แอมเพิล ริช | 21.03.06

สำหรับเหล่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาทัณฑ์ทักษิณ คำคำนี้ในตัวของมันเองก็เป็นหลักฐานที่เพียงพอแล้วของการหลีกเลี่ยงภาษีของนายกรัฐมนตรีและครอบครัว. แรกๆ ก็มีคนอย่างคุณ กรณ์ จาติกวณิช บอกว่า “ขาดจริยธรรม” แม้ไม่ผิดกฎหมาย. หลังๆ นี้รู้สึกว่า “ขาดจริยธรรม” จะฟังดูสุภาพไปหน่อย เลยเปลี่ยนเป็นคำว่า “โกง” แทน.

แต่ “โกง” ยังไงแน่ ?

ก็เห็นชัดๆ กันอยู่แล้ว. ไปตั้งบริษัทบนเกาะปลอดภาษี โอนหุ้นไป แล้วขายกลับมา… ไม่โปร่งใส… ถ้าบริสุทธิ์ใจแล้วทำไมต้องไปตั้งล่ะ? ทำไมไม่ขายตรงๆ ? ก็เห็นชัดๆ กันอยู่แล้ว…

petitio principii. นั่นคือภาษาลาตินแปลว่า: พวกซื่อบื้อที่ใช้เหตุผลไม่เป็นนั้นเหมาะแล้วที่จะไปเป็นสาวกของ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล และ คุณเอกยุทธ อัญชันบุตร.

ผู้มีปัญญาที่ยังเหลืออยู่ย่อมต้องการพิจารณาความจริงตามตรรกวิธี. ในการขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปทั้งหมด 49% ของครอบครัวชินวัตรให้กับเทมาเส็กนั้น มีหุ้นเพียง 11% หรือประมาณ 1 ใน 5 ที่บริษัท แอมเพิล ริช มีส่วนเกี่ยวข้อง กล่าวคือบริษัทขายมาให้คุณพานทองแท้ และพิณทองทาก่อนที่ทั้งสองจะไปขายต่อให้เทมาเสก. ที่เหลือครอบครัวชินวัตรขายหุ้นที่ถืออยู่ให้กับเทมาเสกโดยตรง.

ฉะนั้น หากเราจะเชื่อคำวินิจฉัยของตลาดหลักทรัพย์และกรมสรรพากรที่บอกว่าการขายทั้งก้อนไม่เป็นรายได้พึงประเมินภาษีแล้ว นั้นย่อมแปลว่าความเกี่ยวข้องของบริษัท แอมเพิล ริช ย่อมไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อ “โกงภาษี” หรืออาศัย “ช่องโหว่” ของภาษีเด็ดขาด เนื่องจากรายได้จากการขายตรงธรรมดาซึ่งคิดเป็นเศษ 4 ใน 5 ของการขายทั้งหมดก็ไม่เป็นรายได้พึงประเมินอยู่แล้ว. ตรงกันข้าม การมีบริษัทชื่อประหลาดๆ ที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอาจถูกนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามทั้งในและนอกสภาเอาไปใช้เป็นโคลนสาดได้ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ.

แต่ว่าตลาดหลักทรัพย์และสรรพากรเชื่อไม่ได้เพราะล้วนถูก “หน้าเหลี่ยม” ซื้อไปหมดแล้ว จริงมั๊ย? โอเค อย่างนั้นเราควรหันไปเชื่อ สมุดปกขาว ของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสภาทนายความดีกว่า เพราะปัญญาชนทั้งหลายล้วนเห็นตรงกันว่า หนังสือพิมพ์ไทย นั้นถูกต้อง แม่นยำ และเชื่อถือได้เสมอ. สมุดปกขาวบอกว่าส่วนต่างของราคาตลาดกับราคาที่แอมเพิล ริช ขายให้คุณพานทองแท้และพิณทองทางเป็นรายได้พึงประเมิน. ถ้าอย่างนั้นแล้ว แอมเพิล ริช ยิ่งเป็นไม่ใช่เครื่องมือโกงภาษีใหญ่. มีที่ไหน เดิมทีขายตรงๆ ก็ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว กลับมาขายทางอ้อมให้ถูตีความได้ว่าต้องเสียภาษีอีก ? “ช่องโหว่” น่ะเขาใช้เพื่อเลี่ยงภาษี ไม่ใช่ใช้เพื่อให้เสียภาษีเพิ่ม.

หรือถ้าเราจะเชื่อพวกที่เพี้ยนเข้าขั้นจริงๆ ที่เชื่อว่ารายได้จากการขายทั้งหมด 73,000 ล้านบาทเป็นรายได้พึงประเมินทั้งหมด ไม่ว่าจะขายโดยตรงหรือซิกแซก, แอมเพิล ริช ก็ยังไม่ใช่เครื่องมือในการเลี่ยงภาษีอยู่ดีเพราะตามทฤษฎีนี้ ต้องเสียภาษีทั้งขึ้นทั้งล่องอยู่แล้ว.

ถ้างั้น แอมเพิล ริช ถูกตั้งขึ้นมาเพื่ออะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เพื่อหนีภาษี?

ฝ่ายคุณทักษิณบอกว่า เพื่อเตรียมรับการเข้าตลาดแนสแดคของ ชิน คอร์ปอเรชั่น ซึ่ง หนังสือจากบริษัทชินคอร์ปถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก็ยืนยันตามนั้น. ผมไม่มีเหตุผลที่จะสงสัยเหตุผลดังกล่าว เพราะถึงแม้การตั้งบริษัทในบริติชเวอร์จินไอส์แลนด์ของ ผู้ถือหุ้น อย่างครอบครัวชินวัตรจะไม่มีผลต่อการเข้าตลาดของ บริษัท ชิน คอร์ป แต่มันก็ช่วยให้ตัวผู้ถือหุ้นเองทำธุรกรรมได้คล่องตัวขึ้น ซึ่งน่าจะหมายถึงความเป็นส่วนตัวเสียเป็นส่วนใหญ่ในกรณีนี้. การลดภาษี อาจ เป็นปัจจัยหนึ่งที่คำนึงถึงก็ได้ แต่ ไม่ใช่ ภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์ (capital gains) ของสรรพากรไทยเพราะมันไม่มีอยู่แล้ว. หรือว่าคุณทักษิณจะต้องแสดงความ “รักชาติ” ด้วยการเลือกเขตภาษีต่างประเทศที่คิดภาษีนิติบุคคลสูงสุด เพื่อจะได้อุดหนุนรัฐบาลที่นั่นเยอะๆ ?

เรื่อง แอมเพิล ริช นี้ก็เหมือนกับเรื่อง ซี-130 และ manusaya.com ก่อนหน้านี้. กล่าวหาให้อื้อฉาวนั้นทำง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้กล่าวหาไม่รู้จักยางอาย แต่กว่าผู้ที่เคร่งครัดต่อความจริงจะโต้ตอบได้ เหล่าพันธมิตรผู้ต่อสู้แบบ มหิงสา ทั้งหลายก็ถูกต้อนไปหาเรื่องฉาวโฉ่เรื่องใหม่แล้ว.

ป.ล. อ่านเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับชินคอร์ป ได้ใน “ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ทักษิณ ชินวัตร และ ชินคอร์ป”.

อัพเดต ในความเห้นข้างล่างผมพูดถึงเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่ลืมพูดในโพสต์ดั้งเดิม จึงขอคัดลอกมาไว้บนนี้:

โปรดสังเกต​ด้วย​ว่าการตั้งบริษัทออฟชอร์​เพื่อ​ ถือหุ้น​ ก่อนขาย​ใน​ประ​เทศที่สามนี้​แตกต่าง​กับ​การตั้งขึ้นมา​เพื่อ​ ทำ​ธุรกิจ​ โดย​ไม่​เสียภาษี​เงินเงิน​ได้​นิติบุคคล​ทั้งๆ​ ที่ตัวบริษัทจริงๆ​ ก็​อยู่​ใน​ประ​เทศที่หนึ่ง​และ​ขายของ​ใน​ประ​เทศที่หนึ่ง​ ซึ่ง​เป็น​สิ่งที่คุณทักษิณเรียกว่า​ “​ไม่​รักชาติ​”. นี่ก็​เป็น​อีกครั้งหนึ่ง ที่ฝ่ายเกลียดทักษิณจับสิ่งที่​เขา​พูดมาบิดเบือนเพื่อเรียก​คะ​แนน​เก๊ๆ จาก​เหล่าสาวก.

21:02 ▪ การเืมือง

« ตาเจ็บ | | อาจารย์ธรรมศาสตร์หนุนทุนนิยมและเข้าข้างทักษิณ »

1
ณภัทร 21.03.06

ผมคนนึงก็ไม่คิดว่าบริษัท แอมเพิล ริช ได้ถูกตั้งขึ้นมาหนีภาษีไทยครับ เข้าใจเหมือนกันว่าคุณทักษิณต้องการหนี/ลดภาษี capital gains ของอเมริกามากกว่า

ดร.สุวรรณ และฝ่ายคุณทักษิณท่านอื่น หลีกเลี่ยงการอธิบาย ง่ายๆ ตรงๆ ว่า ตั้งแอมเพิล ริช ขึ้นจะได้ไม่ต้องเสียภาษีให้อเมริกา ในทางตรงข้าม เขาพยายามโยงว่าการจัดตั้ง แอมเพิล ริช โดย ผู้ถือหุ้นใหญ่ จำเป็นสำหรับ ตัวบริษัทเอง ที่จะไปขายหุ้นใหม่ใน แนสแดก

อย่างเช่นตอนมี การแถลงข่าว เขากล่าวว่า:

หุ้นที่จะขายในแนสแดก ต้องเป็นหุ้นในกระดานต่างประเทศ จึงต้องใช้บริษัทต่างประเทศ คือ บ.แอมเพิล ริช ถือหุ้น แนสแดกจะออกเอกสาร ADR

ฟังดูไม่ขึ้นเพราะในมุมมองของแนสแดก ตัวชินคอร์ป ก็เป็นบริษัทต่างประเทศอยู่แล้ว จดหมายแจ้ง กลต. ของ ชินคอร์ปก็พอกัน พยามบอกว่าการตั้ง แอมเพิล ริช “เป็นการเตรียมการเพื่อสนับสนุนการที่บริษัทฯ มีความต้องการที่จะประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินทุนจากต่างประเทศ ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา” โดยไม่ได้ให้เหตุผลสนับสนุน

ผมว่าการอธิบายที่ไม่น่าเชื่อแบบนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่เปิดช่องว่างให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตี เนื่องจากทุกคนก็ยังงงว่า มี แอมเพิล ริช ไว้ทำไม ผมว่าน่าจะออกมาตอบอย่างตรงไปตรงมาไปเลยดีกว่าประเด็นนี้จะได้ตกไป

อีกแง่นึง แม้ว่าการตั้ง แอมเพิล ริช จะไม่มีเจตนาเพื่อเลี่ยงภาษี ก็ไม่ได้ความว่า ๒ รายการการเงินที่เกิดขึ้น (แอมเพิล ริช ขายให้ พาน/พิณ และ พาน/พิณ ขายให้เทมาเสค) ถูกต้องนะครับ ลองไปอ่านดูในข้อ 22 ของ เอกสารนี้

2
สรรพวร 22.03.06

ณภัทร:

ผมคนนึงก็ไม่คิดว่าบริษัท แอมเพิล ริช ได้ถูกตั้งขึ้นมาหนีภาษีไทยครับ เข้าใจเหมือนกันว่าคุณทักษิณต้องการหนี/ลดภาษี capital gains ของอเมริกามากกว่า

ผมไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้นแฮะ เพราะตามหลักการของภาษี รายได้เกิดขึ้นที่เขตภาษีไหน ก็เสียภาษีตามกฎหมายที่นั่น โดยไม่คำนึงถึงว่าผู้เสียภาษีถือสัญชาติอะไร (ส่วนจะต้องเสียภาษีซ้ำสองในประเทศที่บริษัทหรือบุคคลมีสัญชาติอยู่หรือเปล่านั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง). สิ่งดึงดูดของเขตปลอดภาษีอย่าง BVI อยู่ที่ภาษีเงินได้นิติบุคคล (corporate tax) ไม่ใช่ภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์ ซึ่งต้องเสียตามกฎหมายของประเทศที่ตลาดหลักทรัพย์ตั้งอยู่.

ข้อ 22 ในเอกสารที่คุณกล่าวถึงนั้นไม่ได้ให้ข้อมูลใหม่อะไรเลยทั้งสิ้น (เอกสารคัดลอกบทความมาจากหนังสือพิมพ์ ผู้จัดการ อีกต่างหาก) อย่างที่ผมบอกไปแล้วว่าถ้าแอมเพิล ริช ทำให้ต้องเสียภาษี (หรือเสี่ยงต่อการเสียภาษี) นั่นยิ่งเป็นคำหักล้างข้อกล่าวหาว่าใช้ แอมเพิล ริช “โกงภาษี” ได้อย่างดีที่สุด. แต่เมื่อสรรพากรตัดสินว่าไม่ต้องเสีย ทำไมมันถึงจะเป็นเรื่องของ “จริยธรรม” ที่นายกรัฐมนตรีจะต้องเสียภาษีมากกว่าที่สรรพากรคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่ถึงปีก่อน รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์คุณกรณ์ จาติกวณิช ยังเพิ่งบ่นว่าสรรพากรเก็บภาษีได้สูงไป ?

3
ณภัทร 22.03.06

ทอม:

โทษทีที่ผมเข้าใจผิด มันมาจากตอนที่คุณเขียน ว่า “การลดภาษี อาจ เป็นปัจจัยหนึ่งที่คำนึงถึงก็ได้ แต่ ไม่ใช่ ภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์ (capital gains) ของสรรพากรไทย”

ถ้า Ample Rich ไม่ใช่หนีภาษีอเมริกา ตอนนี้ก็เราก็ยังหาเหตุผลไม่ได้ซักทีว่าเขาจะตั้งมันไปทำไม สรุปว่าผมก็ยังติดใจเรื่องนี้

อย่างที่ผมบอกไปแล้วว่าถ้าแอมเพิล ริช ทำให้ต้องเสียภาษี (หรือเสี่ยงต่อการเสียภาษี) นั่นยิ่งเป็นคำหักล้างข้อกล่าวหาว่าใช้ แอมเพิล ริช “โกงภาษี” ได้อย่างดีที่สุด

ผมงงในตรรกะของข้อความข้างบนนี้นะ ผมมองว่าถ้าคุณทักษิณมีเหตุผลอื่นในการโอนหุ้นไป Ample Rich (ที่ไม่มีเจตนาโกงภาษี) แต่ปรากฏว่าไม่บรรลุ หุ้นก็ค้างอยู่ที่ BVI คุณทักษิณก็ปล่อยมันไว้อย่างนั้น ไม่ได้คิดทำนายอนาคตว่าจะมีสิงคโปร์มาขอซื้อ

ต่อมาครอบครัวนายกต้องการขายหุ้นให้เทมาเสก ทนายก็ต้องหาทางเลี่ยงภาษีให้ท่าน แอมเพิล ริช ไม่ใช่เป็นเครื่องมือการหนีภาษี แต่กลายเป็นภาระที่ต้องหาวิธีทุกหนทางที่จะเสียภาษีน้อยที่สุด ในจังหวะนี้ก็อาจจะเป็นจุดแรกที่เกิดการกระทำผิดกฎหมายก็ได้

แต่เมื่อสรรพากรตัดสินว่าไม่ต้องเสีย ทำไมมันถึงจะเป็นเรื่องของ “จริยธรรม” ที่นายกรัฐมนตรีจะต้องเสียภาษีมากกว่าที่สรรพากรคิด

ผมว่ามันเป็นเรื่องจริยธรรมเมื่อการตัดสินของสรรพากร ไม่เป็นไปตามมาตรฐานเก่าที่เคยประกาศไว้ และเอื้อประโยชน์ให้กรณีครอบครัวท่านนายกผู้เดียว

4
สรรพวร 22.03.06

ณภัทร:

ถ้า Ample Rich ไม่ใช่หนีภาษีอเมริกา ตอนนี้ก็เราก็ยังหาเหตุผลไม่ได้ซักทีว่าเขาจะตั้งมันไปทำไม สรุปว่าผมก็ยังติดใจเรื่องนี้

อย่างที่ผมพูดไปแล้ว ผมเชื่อว่าความเป็นส่วนตัวและความสะดวกน่าจะเป็นปัจจัยหลัก. บริษัทออฟชอร์ปกติสามารถทำธุรกรรมได้โดยไม่โฉ่งฉ่าง และปราศจากกฎระเบียบยุ่งยาก ยกเว้นบริษัทนั้นโชคร้ายเป็นของครอบครัวนายกฯ ที่มีกลุ่มคนต่างๆ จ้องให้ร้ายในทุกเรื่อง.

โปรดสังเกตด้วยว่าการตั้งบริษัทออฟชอร์เพื่อ ถือหุ้น ก่อนขายในประเทศที่สามนี้แตกต่างกับการตั้งขึ้นมาเพื่อ ทำธุรกิจ โดยไม่เสียภาษีเงินเงินได้นิติบุคคลทั้งๆ ที่ตัวบริษัทจริงๆ ก็อยู่ในประเทศที่หนึ่งและขายของในประเทศที่หนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณทักษิณเรียกว่า “ไม่รักชาติ”. นี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่ฝ่ายเกลียดทักษิณจับสิ่งที่เขาพูดมาบิดเบือนเพื่อเรียกคะแนนเก๊ๆ จากเหล่าสาวก.

อีกอย่าง การ “หนีภาษี” (ซึ่งต่างจากการ “เลี่ยงภาษี”) นั้นเป็นความผิดอาญาในสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกับในเมืองไทย และผมเชื่อแน่ว่านั่นไม่ใช่จุดประสงค์ของ แอมเพิล ริช. ผมเข้าใจว่าคุณนภัทรคงจะพลั้งปาก (2 ครั้งติด) เพราะปกติแล้วคุณออกจะ ถี่ถ้วนเรื่องภาษา

ต่อมาครอบครัวนายกต้องการขายหุ้นให้เทมาเสก ทนายก็ต้องหาทางเลี่ยงภาษีให้ท่าน แอมเพิล ริช ไม่ใช่เป็นเครื่องมือการหนีภาษี แต่กลายเป็นภาระที่ต้องหาวิธีทุกหนทางที่จะเสียภาษีน้อยที่สุด

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราได้ยินจากนักหนังสือพิมพ์, เหล่าอาจมอาจารย์, นักการเมือง, และ นัก พากย์ประชาชน ทั้งหลายที่ช่วยกันร้องแร่แห่กระเชอจน แอมเพิล ริช เป็นคำพ้องความหมายกับคำว่า “โกง” นี่ จริงมั๊ย ? พวกที่แต่งเติมเรื่องหรือพูดชักนำให้คนเข้าใจผิดเพราะรู้อยู่ว่าเรื่องจริงไม่น่าตื่นเต้นพอที่จะใช้ปลุกระดมสาวกนี้มีจริยธรรมแค่ไหน ? เมื่อโดนตอบโต้ได้ผล คนเหล่านี้จึงค่อยๆ ถอยไปข้อกล่าวหาอื่นที่เบากว่าอย่างเงียบๆ แต่ถ้าไม่ใครค้านก็ปล่อยให้เข้าใจผิดอยู่อย่างนั้น เพราะมันสะใจดี. ยุทธวิธีนี้ได้ผลดีเป็นพิเศษสำหรับเหล่าสาวกที่ไม่ว่าได้ยินข้อกล่าวหาไหนก็รับมาทั้งดุ้นโดยไม่สนใจว่ามันขัดแย้งกันเองหรือเปล่า.

(ปุจฉา: ใครเป็นพูดประโยคนี้เมื่อเดือนธันว่าคมที่ผ่านมานี้เอง: “ให้(ต่างชาติ) เลือกทำธุรกิจได้แทบทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่ความมั่นคง ยกเว้นเรื่องเดียวที่รัฐบาลไม่เปิดโอกาสให้เข้ามาคือโทรคมนาคม”? หาคำตอบได้ใน ภาคภาษาอังกฤษ. )

ในจังหวะนี้ก็อาจจะเป็นจุดแรกที่เกิดการกระทำผิดกฎหมายก็ได้

กฎหมายอะไรห้ามบริษัทขายหุ้นให้เจ้าของที่ราคาพาร์? ส่วนต่างของราคาขายกับราคาตลาดเป็นรายได้พึงประเมินหรือไม่เป็นเรื่องของสรรพากรที่จะต้องตัดสิน แต่ธุรกรรมนั้นไม่ผิดกฎหมาย. นี่ก็อีกที่ที่ความแม่นยำของการใช้ภาษาเป็นสิ่งสำคัญ.

ผมว่ามันเป็นเรื่องจริยธรรมเมื่อการตัดสินของสรรพากร ไม่เป็นไปตามมาตรฐานเก่าที่เคยประกาศไว้ และเอื้อประโยชน์ให้กรณีครอบครัวท่านนายกผู้เดียว

ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ใช่แค่ผิดจริยธรรม, แต่ผิดกฎหมาย. แต่เป็นสรรพากรเป็นคนผิด ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี. ถ้าคุณคิดว่า case ของคุณแข็งพอที่จะเอาผิดสรรพากรก็ขอเชิญไปฟ้องศาลปกครองหรือปปช ได้ตามกระบวนการ (หรือจะรอให้ศาลเตี้ยของ สื่อมวลชน และ ภาคประชาชน™ ยกตัวเป็นศาลสูงก่อนถึงจะมั่นใจในความยุติธรรม ?) แต่ก็อีก นั่นไม่ใช่เรื่องนัยยะของคำว่า “จริยธรรม” ที่คนพูดกันเป็นรหัสเหมือนจะหมายความว่า เลี่ยงภาษีหรือโกงภาษี โดยไม่ผิดกฎหมายแต่ผิดศีลธรรม. ที่ใช่คำว่า “เหมือนจะหมายความว่า” ก็เพราะข้อกล่าวหาคุณทักษิณทั้งหลายที่ได้ยินกันอยู่นั้นล้วนมีคำบริภาษและการพูดเป็นเลศนัยมากว่าสาระจริงๆ. การแก้ข้อกล่าวหาเหล่านี้นั้นเหมือนกับพยายามจะยิงลูกเข้าประตูที่เป็นเพียงภาพลวงตา แถมเคลื่อนที่ได้อีกต่างหาก.

5
บิดา จขกท 5.04.06

สรุปจะตั้งกระทู้ชมแม้วงั้นเหอะ
ยกว่าสรรพกรผิดซะงั้น ถ้าไม่มีอำนาจสั่งสรรพกรแล้ว หน่วยงานของรัฐฯมันจะกล้าบอกงั้นเหรอครับ

ถุย!!เขียนเองเออเอง
ถ้ามันแน่จริงยุบสภาหนีทำไม ทำไมมันชอบไปแทรกแซงองค์กรอิสระซะหมด

ทองแท้ไม่กลัวไฟหรอกสาดดดด มีแต่ทองเก๊แหละกลัวไฟ คุณหญิงจารุวรรณ ต้องโดนรังแก นี่เหรอนาย ก ที่บริสุทธิ์ของคุณ ตั้งแต่แม้วเข้ามาบริหารประเทศ ถูกตั้งคำถามมากมาย แต่ไม่ยักตอบ..โธ่ โม โม โม..เข้าคอกเหอะลูก

อย่ามามั่วแถวนี้เลย...แถไปเรื่อยเลยนะครับ
เรื่อง ที่ กกต ตั้งหน่วยแบบนี้ ดูก้อรู้แล้วว่ามีเจตนาโกง ออกแบบบัตรให้ช่องไม่ลงคะแนนอยู่ด้านล่างอีกตะหาก.....

ผมมีสมองผมคิดเองได้ ผมไม่สนใจว่าสนธิจะพูดอะไร แต่ผมมองพฤติกรรมมันก้อดูออกแล้ว
1.โกงเช็ค ตั้งแต่ก่อนเล่นการเมือง
2.ซุกหุ้น
ดูแค่นี้คงพอรู้สันดานแล้วล่ะครับ

6
Suchen Chiangka ( From chiangrai ) 6.04.06

คุณบิดาเจ้าของกระทู้ครับ ผมอ่านมาทุกตอน อย่างตั้งใจและมีความสุข ในการอ่านบทความนี้ พอมาถึงความเห็นของคุณ ผมสงสารประเทศไทยครับ คุณไม่ใช่ไม่เอาถ่านนะ ขี้เถ้าคุณก็ไม่เอาด้วย ผมอ่านแล้วไม่เข้าใจ ว่าจริงๆแล้วอะไรคือ ความคิดรวบยอด ของข้อเขียน ผมต้องอ่านทวนไป ประมาณ 3 รอบ แล้วก็รู้สึกดีใจเรามีอะไรใหม่ๆมาในหัวบ้าง ก็สนุกกับการอ่านนะ

คุณเรียนจบมาจากที่ไหนครับ คิดได้แค่นี้ต้องพยายามหน่อยนะครับ แก่ตัวไปอาจต้องเก็บถุงพลาสติกขายนะ คุณไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรกับข้อความที่คุณไม่เห็นด้วย ไม่ชอบเราก็ไม่อ่าน หรือพูดบนพื้นของความเป็นคนไทยหน่อยครับ คำว่าลูกผู้ชายนี่คุณเข้าใจแค่ไหน ในความหมายของคำๆนี้ ผมก็โมโหคุณ และไม่ชอบคุณอยู่นะนี่ แต่ผมก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปใช้คำ ที่ฟังดูแล้ว ไม่พูดแล้วครับ คุณไม่ต้องโมโหนะ ผมขอโทษครับ ผมขอโทษคุณได้ แต่เอาข้อเขียนของผมไปคิดให้เกิดประโยชน์ให้ได้ ว่าควรหรือไม่ที่จะไปว่าคนที่เขาไม่มีอะไรผิดเลย แค่ไม่ชอบใจก็ใช้คำพูดแบบนี้แล้ว จะสอนลูกให้เล่นกีฬาอะไรครับ ถ้าเรายังทำตัวแบบนี้ แล้วถ้าเป็นลูกชายละ บ้านเราขาดความเป็นลูกผู้ชายมากแค่ไหน จะสอนให้รู้ได้อย่างไร ถ้าเรายังไม่เข้าใจว่า จริงๆแล้วคำว่าลูกผูชายนั้นต้องมีอะไรบ้าง ขอโทษอีกครั้งครับ ไม่ต้องโมโหนะ ผมรักคนไทยครับ
7
แทรกแซง? 9.04.06

ที่คุณ บิดาเจ้าของกระทู้ ตอบออกมานั้น ผมเห็นว่าจะกลายเป็นนิสัยส่่วนใหญ่ของเหล่าบรรดาพันธมิตรเพื่อประชาทัณฑ์ทักษิณไปซะแล้ว (ผมเน้นว่าส่วนใหญ่ ใครคิดว่าไม่ได้อยู่ในอยู่่ในส่วนที่ว่าก็อย่าร้อนตัว) พวกนี้จะบอกได้แค่ว่าคุณทักษิณไม่มีถูกต้อง เมื่อถามว่าทำผิดอะไรจะบอกได้แค่ว่าไม่ผิดกฎหมาย แต่ไม่มีจริยธรรม มีการแกรกแซงองค์การอิสระ สื่อ แต่ไอ้ที่ออกมาด่าว่ากล่าวโจมตีนั้น มิใช่บรรดาสื่อและองค์กรอิสระหรอกหรือ

8
ray 1.06.06

ที่เขาเอาไปไว้ที่ แอมเพิลริช
แล้วน่าเกลียด

ก็เพราะ, ผมเชื่อว่า,นั่นเป็นการ ซุกหุ้น ครับ

ถ้าแกเก็บหุ้นทั้งหมดไว้เองแล้วค่อยขาย
ไม่เสียภาษีเลยน่ะจริงแต่ติดคุกครับ

แล้วถ้าเจตนาของการขายหุ้นให้ลูก ๆ ด้วยราคาต่ำกว่าทุนนั้น เพื่อจะได้บงการอยู่ห่าง ๆ ได้ จริง

การขายหุ้นให้เทมาเสก ก็ น่าเกลียด

ผมว่าน่าเกลียดนะครับ ไม่ผิด

แต่น่าเกลียด

//เวบสวยดี

9
แยกแยะให้ออก 16.09.06

ทุกอย่าง​ความ​จริง​จะ​ปรากฏครับ​ ​สตง​ ​ก็​เข้า​ไปตรวจสอบเรื่องนี้​แล้ว​ ​สรรพากร​ทั้ง​หลายก็คง​ไม่​ต่าง​จาก​สามหนาหรอกครับ​ ​อย่าน่ามืดตามัวเชียร์​กัน​อยู่​ได้​เลยครับ​