ตอบข้อซักถามและความคิดเห็น | 10.04.06

ผมกำลังยุ่งอยู่กับการ ทำเว็บไซต์ใหม่ จึงต้องขออภัยด้วยที่ยังไม่มีเวลาเขียนโพสต์ใหม่. เมื่อทำเสร็จแล้วน่าจะมีความเคลื่อนไหวมากกว่าที่แล้วมา เพราะจะมีผู้เขียนคนอื่นนอกจากตัวผม (อย่างน้อยตอนนี้ก็มี Jess คนนึงที่ยอมมาร่วมหอลงโรงด้วย).

สำหรับตอนนี้ ขอผมใช้เวลาสั้นๆ ตอบ 2 ความคิดเห็นที่เตะตาผมเป็นพิเศษ. ทั้งสองอยู่ภายใต้โพสต์ “อาจารย์ธรรมศาสตร์หนุนทุนนิยมและเข้าข้างทักษิณ” และทั้งสองก็ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในโพสต์เลยสักนิด แต่กลับมาเกี่ยวกับผมเป็นการส่วนตัวแทน. ดังนั้นผมจึงต้องตอบเอง แทนที่จะปล่อยให้ผู้อ่านท่านอื่นตอบแทนผม.

คุณโกสุโท

สรรพวร วามวาณิชย์…ผมว่าคนเราไม่ควรตั้งชื่อให้คนอ่านยากขนาดนี้

ไปบอกพระสังฆราชสิครับ (องค์ที่แล้ว ไม่ใช่องค์ปัจจุบันที่มีกรรมต้องถูกคุณ สนธิ ลิ้มทองกุล จับมาเป็นประเด็นการเมือง).

ท้าให้เลยว่าเด็กๆอ่านไม่ถูก เพราะผมยังอ่านไม่ถนัดเลย…

ผมเองก็ฝึกอยู่นานเหมือนกันครับ.

คุณอย่าเป็นคนดังเด็ดขาด เพราะชาวบ้านจะลำบากใจในการเรียกชื่อคุณ

ถ้าเปลี่ยนเป็น “ยอดรัก สลักใจ” แล้วจะดังได้มั้ยเนี่ย ? (ก็มันอยากดังนิ.)

แต่ถึงอย่างไรผมก็ทึ่งนะ..โดยเฉพาะตรงที่คุณเป็นคนไม่เชื่อว่ามีโลกหน้า ไม่ทราบว่าคุณเคยอ่านงานของพุทธทาสหรือไม่ ท่านคนนี้ก็กล้าหาญมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

โถ ผมเขียนมาตั้งเยอะ คุณประทับใจกับอีหนึ่งประโยคใน “เกี่ยวกับผู้เขียน” เนี่ยนะ ? ก็ยังดีครับ ขอขอบคุณสำหรับความรู้สึกที่ดีและที่อุตสาห์บอกให้ผมรับรู้. สำหรับคำถามของคุณ ผมเคยอ่านท่านพุทธทาส แต่ไม่ใช่เรื่องการกลับชาติมาเกิด.

ผมเป็นคนจบการศึกษาภาคบังคับ คือปริญญาตรี ไม่มีอะไรนำหน้าต่อท้ายวุฒิการศึกษา ผมเคยมั่นใจว่าเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นขณะนี้พอสมควร ไม่ว่าจะเรื่องจริยธรรม พระราชอำนาจ ระบบทักษิณ สนธิ ชัยอนันต์ อะไรพวกนี้ ผมว่าผมเข้าใจดีแล้ว

มันไม่มีอะไรน่าน้อยเนื้อต่ำใจเกี่ยวกับการไม่มีคำว่า “ดอกเตอร์” นำหน้าชื่อหรอกครับ (ผมชอบอ่านคำนี้ว่า “ดอก-เตอ” เหมือนกับ ดอกไม้ และ แบตเตอรี่ เพราะมันสนุกดี). ผมเองก็ไม่มีเหมือนกัน. สิ่งเดียวที่น่าสมเพชกว่า ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เชื่อว่ายุครัชกาลที่ 5 มาก่อนสหรัฐอเมริกาตั้งประเทศ ก็คือคน “มีการศึกษา” ทั้งหลายที่พร้อมจะเดินตาม “อาจารย์” เหล่านี้ลงเหวราวกับหมาที่ให้คนตาบอดจูง. คนเราต้องมีความคิดเป็นของตัวเองครับ และถ้าจะผิดก็ต้องผิดด้วยตัวเอง ไม่ใช่ไปผิดตามไอ้ดอกหรืออีดอกที่ไหน.

แต่พอมาอ่านข้อเขียนของคุณ ผมรู้สึกเหนี่ยมนิดๆ แต่ก็ยังยืดอกคิดในใจว่า มันก็เหมือนๆกันแหละน่า…สรุปเอาเป็นว่าผมจะพยายามติดตามผลงานของคุณต่อไปก็แล้วกัน

ขอบคุณครับ.

คุณ Pripob:

Hello Mr.Tom Vamvanij,

สวัสดี คุณ Pripob.

After i have a chance to read your article, I decided to write down my comment.

I like your opinion in this website and also your English. I could not agree more with your point of view and your information.

ขอบคุณครับ.

However, I don’t like the style of your write….errr how to say,.. I mean the space of your article of each column.

ผมไม่ค่อยเข้าใจที่คุณพูดแฮะ. โปรดเขียนมาอีกทีเพื่ออธิบาย.

I hope that you will be very good writer.

ผมก็หวังเช่นนั้นครับ.

Anyway, I wonder how long do you study English langusge? or you use English as your first langusge? I think that your English is better than my UK friends. So, just wonder!

ขอบคุณครับ. ภาษาแม่ของผมคือภาษาไทย แต่ผมคิดว่าผมเขียนได้ดีกว่าในภาษาอังกฤษ. แต่ไม่ว่าในภาษาไหนก็ต้องคิดอยู่นานกว่าจะเขียนออกมากได้.

Thank you for your reply.

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นครับ.

นอกจากความคิดเห็นแล้ว ในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ผมได้รับอีเมลหลายฉบับ. กรุณารอสักนิด ผมจะตอบให้ทุกฉบับ ยกเว้นฉบับที่เขียนมาด่าเสียๆ หายๆ ซึ่งจะเอามาประจานแทน (น่าเสียดาย ตอนนี้ยังไม่มี). ส่วนความคิดเห็นนั้นคงไม่จำเป็นต้องตอบทุกครั้ง แต่ถ้าสมควรตอบผมก็จะตอบ อย่างเช่น 2 ความเห็นข้างบนเป็นต้น.

22:21 ▪ โปรดทราบ

« เร็วๆ นี้ แต่ที่อื่น | | โรคเลื่อน »

1
### 11.04.06

Teaming up with the Ann Coulter-incarnate Jess? Unholy alliance, indeed.

2
Tom Vamvanij 11.04.06

To the nameless sleazebag above:

If only. When Thaksin’s opponents are accusing him of being worse than Hitler and Saddam, an Ann Coulter figure on his side might shift the discourse ever so slightly toward the middle. Still, that figure won’t be Jessica. If this student blogger has a fault, it’s excessive politeness and earnestness.

With that cheap shot, you’ve shown your intolerance and snideness, which I can only assume are two of the characteristics you ascribe to an “Ann Coulter-incarnate”. Of course, such an irony is often lost on Thaksin’s detractors.

3
### 16.04.06

Curb your hubris, dude.

4
leeyiankun 22.04.06

โอ้วว​ ​คุณ​Jess ​นี่ทำ​เวปบล๊อค​ไว้​บน​ Mblog ​ของ​ Manager.co.th ​เลยนี่ครับ​

​แถม​ยัง​เชียร์นายกออกนอกหน้า​แบบ​นั้น​อีก​ :3

​เหมือนเหยียบหน้าถ้ำ​แล้ว​ตั้งเต๊นท์ด่าตรง​นั้น​เลยนะนี่​

​ขอ​ให้​เวป​ใหม่​เสร็จ​เร็วๆ​นะครับ​ ​ชอบอ่านบท​ความ​คุณมากครับ​ _

5
POL_US 4.05.06

เมื่อไหร่ เวปใหม่ จะเสร็จละครับ รออยู่ครับผม

6
ปี 2553 จุดจบประเทศไทย......ถ้ายังเป็นคนไทยอยู่ช่วยอ่านด้วย 20.06.06

ปี 2553 จุดจบประเทศไทย......ถ้ายังเป็นคนไทยอยู่ช่วยอ่านด้วย
เรื่องนี้คนไทยทุกคนควรที่จะได้รู้.....ประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้มีเกิด มีดับ ตลอดเวลา.....ประเทศไทยก็ไม่พ้นวิถีนี้เช่นกัน

สืบเนื่องจากการบรรยายของคุณนิติภูมิ ซึ่งเป็นสื่อมวลชน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมอสโค

ซึ่งเป็นสถาบันที่สตาลินสร้างขึ้นเพื่อสร้างภูมิปัญญาหวังครองโลกในสมัยหนึ่ง

เมื่อหลายปีก่อนคุณนิติภูมิ ได้ทำนายไว้ว่า ประเทศอินโดนีเชียจะแตกเป็น 6-14ประเทศ

ซึ่งในตอนนั้น นักรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หัวเราะจนฟันกระเด็น

แต่ต่อมาพอปี 2542 เหตุการณ์เริ่มเป็นจริง! ประเทศอินโดฯได้เริ่มแตกเป็น ติมอร์

และตอนนี้ก็กำลังจะเกิดประเทศอาเจะ และอีกหลายประเทศที่จะเกิดตามมา

ในวันที่ 11 ธันวาคม 2543 ที่ผ่านมาที่งานคนดีศรีสังคม ณ หอประชุมวัฒนธรรมฯ

คุณนิติภูมิได้บรรยายว่า ประเทศไทยจะต้องแตกเป็นประเทศใหม่อีก 4 – 6 ประเทศ แน่นอน!

ทั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิ­ แต่เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการ โดยสถานการณ์จะเริ่มชัดขึ้นในปี 2553

ซึ่งเป็นปีที่ข้อตกลง GATTs จะเริ่มมีผลสมบูรณ์ การค้าเสรีจะมีผลสมบูรณ์

สินค้าเกษตรต่าง ๆ จากต่างประเทศจะทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมหาศาล

ในขณะที่เกษตรกรของไทยจะไม่กินสินค้าเกษตรของไทยด้วยกัน

และสินค้าเกษตรของไทยก็จะขายไม่ออกเนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว่าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ

ประกอบกับการที่การพัฒนาการเกษตรของไทยได้พัฒนาอย่างผิดทิศทาง

เป็นการพัฒนาแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้คนปลูกลำใยไทยก็จะปลูกแต่ลำใย