หนักแน่นอย่างกับ marshmallow | 16.02.05
ปลายปีที่แล้ว คุณไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และดุษฎีบัณฑิตเศรษฐศาสตร์ เขียนบทความชื่อว่า “Firm on Principles” (“หนักแน่นในหลักการ”, ครึ่งล่างของหน้า) ใน Bangkok Post Economic Review.

มันสายเกินไปหรือเปล่านะที่ผมออกความเห็นเกี่ยวกับบทความนี้? อาจจะ อาจจะไม่. เอาอย่างนี้แล้วกัน ผมจะ ไม่ ออกความเห็นใดๆ แต่จะแปลสองท่อนของบทความนี้เพื่อให้คนที่ไม่สันทัดภาษาอังกฤษได้มีโอกาสสัมผัสกับ “หลักการ” ของนักการเมืองผู้นี้.
เริ่มต้น 4 ย่อหน้าแรก:
ลองพิจารณาสุภาษิตจีน: “ยื่นปลาให้คน ก็เท่ากับให้อาหารเขาหนึ่งวัน, สอนคนให้ตกปลาเท่ากับให้อาหารเขาไปตลอดชีพ.” [ลิงค์เติมทีหลัง]
ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้แต่แจกปลาในขณะที่ละเลยการสอน. นโยบายของพรรคไทยรักไทยเป็นเป็นภัยใหญ่หลวงต่อประเทศไทยในระยะยาว.
ความเสี่ยงของนโยบายประชานิยมสามารถเห็นได้ชัดเจนในลาตินอเมริกา. บราซิล เม็กซิโก ชิลี อาร์เจนตินา เปรู ล้วนต้องรับเคราะห์จากนโยบายประชานิยมทั้งสิ้น.
ภายใต้ประชานิยม ที่ซึ่งรัฐแจกของให้กับประชาชน ประชาชนก็ย่อมชอบใจ. แต่แล้วผลเป็นไง? คุณสร้างทัศนคติให้ผู้คนคิดว่าไม่ต้องทำงาน แค่ขอสิ่งที่ต้องการจากรัฐก็พอแล้ว.
6 ย่อหน้าถัดมา ในบทความเดียวกัน:
นโยบายของรัฐน้อยครั้งนักที่จะสามารถแบ่งเป็นขาวกับดำ. หลายนโยบายที่พรรคไทยรักไทยดำเนินการในสามสี่ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกองทุนพัฒนาหมู่บ้านหรือโครงการรักษาพยาบาล 30 บาท เป็นการต่อเติมจากการริเริ่มของพรรคประชาธิปัตย์เมื่อครั้งเราเป็นรัฐบาล.
เราจะสานต่อและขยายนโยบายปัจจุบันที่เราเห็นว่าคู่ควร. ฐานนโยบายพรรคของเราได้ถูกร่างขึ้นให้ตั้งอยู่บนสิ่งที่ประเทศต้องการ สิ่งที่เป็นไปได้ และสิ่งที่มาจากการพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความเสี่ยงที่เป็นไปได้.
ฐานนโยบายของเราตั้งอยู่บนการริเริ่ม 5 ประการนี้:
- การศึกษาฟรีไปจนถึงชั้นมัธยม 6;
- แก้ไขปัญหาหนี้สินที่ชุมชนชนบทประสบด้วยโครงการจัดหางาน;
- รับประกันการจ้างงานสำหรับบัณฑิตจบใหม่;
- เสนอความมั่นคงทางการเงินเพิ่มเติมให้กับผู้สูงอายุที่ยากไร้ด้วยเงินสงเคราะห์ 1000 บาทต่อเดือน;
- เสนอการรักษาพยาบาลฟรีคุณภาพดีให้กับราษฎรทุกคน.
ในด้านการศึกษา เราจะทำให้แน่ใจได้ว่ารัฐบาล ไม่ใช่พ่อแม่ เป็นผู้รับภาระไม่เพียงแต่ค่าเล่าเรียน, แต่ยังเครื่องแบบนักเรียน, หนังสือ, คอมพิวเตอร์ และการเรียน [พิเศษ] ภาษาอังกฤษ. เราจะขยายเงินให้เปล่าและเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา, ให้นมฟรีสำหรับนักเรียนทุกคนไปจนถึงชั้นมัธยม 3 และอาหารกลางวันฟรีสำหรับนักเรียนที่ยากจนที่สุด
คำถามก็คือ ตอนที่บรรณาธิการของ บางกอกโพสต์ เขียน blurb บทความนี้ว่า “พรรคประชาธิปัตย์บอกว่า พรรคจะเลือกทางสว่าง แทนที่จะลงไปประกวดประขันกันว่าใครจะประชานิยมกว่า” เขาอมยิ้มหรือว่าหน้าตาย? เมื่อคำนึงถึงระดับสติปัญญาของสื่อมวลชนไทยแล้ว ผมต้องบอกตามตรงว่าผมไม่แน่ใจ.
« Happy Valentine’s Day | | English edition »
